จะเอาให้ได้!! หงส์แดง ไม่เลิกตื้อพร้อมยืนซื้อ ฟาน ไดจ์ค รอบใหม่เดือน มกราคม นี้

Liverpool Echo สื่อดังประจำลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ไซด์ ตีข่าว “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล พร้อมเดินหน้าแบบเต็มกำลังในการเซ็นสัญญาคว้าตัว เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค ปราการหลังตัวเก่งของ เซาแธมป์ตัน เข้ามาเสริมทัพในตลาดซื้อขายนักเตะเดือน มกราคม นี้

โดยหลังจากที่ “หงส์แดง” พลาดเซ็นสัญญาคว้าตัว กองหลัง เป้าหมายอันดับ 1 ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เนื่องจากไปมีการเจรจาผิดกฎกับตัวนักเตะจนต้องออกมาขอโทษขอโพย “นักบุญ” ผ่านเว็บไซต์ทางการของสโมสรกันยกใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล ยังคงไม่ถอดใจกับดีลนี้ และพร้อมเดินหน้าปิดบัญชี เซ็นเตอร์แบ็ค ดีกรีทีมชาติ ฮอลแลนด์ เข้ามาอุดหลังบ้านให้ได้ในตลาดซื้อขายรอบถัดไป

ทั้งนี้ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค เตรียมลงสนามพบกับ ลิเวอร์พูล ในรัง แอนฟิลด์ คืนวันเสาร์นี้ ท่ามกลางความสนใจจาก “หงส์แดง” ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตาม เมาริซิโอ เปเยกริโน่ บอสใหญ่ของ เซาแธมป์ตัน มั่นใจว่าตัวนักเตะจะยังคงทุ่มเทเต็ม 100% ให้กับ “นักบุญ” ในเกมนี้เหมือนเดิมอย่างแน่นอน

ขอบคุณที่มา : sport.mthai.com

อดบู๊แดงเดือด!! หงส์แดง แถลง มาเน่ เดี้ยงเกมทีมชาติ เข้าโรงหมอนาน 6 สัปดาห์

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แถลงผ่านเว็บไซต์ทางการของสโมสรว่า ซาดิโอ มาเน่ ปีกตัวเก่งของทีมโชคร้ายได้รับบาดเจ็บบริเวณ แฮมสตริง ในเกมลงสนามรับใช้ทีมชาติ เซเนกัล ทำศึก ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก (โซน แอฟริกาใต้) พบกับ หมู่เกาะ เคป เวิร์ด เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

โดยเกมดังกล่าว ปีกตัวจี๊ดวัยเบญจเพส (25 ปี) ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงท้ายเกมนาที 89 (เซเนกัล เอาชนะ หมู่เกาะ เคป เวิร์ด 2-0) ก่อนจะมีการยืนยันผลตรวจออกมาว่า มาเน่ ต้องใช้เวลาพักนานถึง 6 สัปดาห์ ทำให้ เจอร์เกน คล็อปป์ จะหมดสิทธิ์ใช้งานแข้งตัวเก่งลงทำศึก “แดงเดือด” นัดถัดไปที่ ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดสนาม แอนฟิลด์ ปะทะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันเสาร์นี้เป็นที่แน่นอนแล้ว

ทั้งนี้ ซาดิโอ มาเน่ ทำสถิติลงสนามรับใช้ “หงส์แดง” ในฤดูกาลปัจจุบัน(2017/18) ไปแล้วทั้งหมดทุกรายการ 9 นัด ยิงได้ 3 ประตู พร้อมกับ แอสซิสต์ ไปอีก 2 ครั้งด้วยกัน

ขอบคุณที่มา : sport.mthai.com

ตบรางวัลแพ็คคู่!! หงส์แดง เตรียมต่อสัญญาฉบับใหม่ให้ 2 แข้งคนโปรดJKในเร็วๆนี้

James Pearce นักข่าวคนดังของ Liverpool Echo รายงานว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เตรียมต่อสัญญาฉบับใหม่ให้กับ 2 นักเตะอย่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และเบน วู้ดเบิร์น ให้อยู่ค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ ต่อไปในระยะยาว

โดยรายงานระบุว่า เบน วู้ดเบิร์น เตรียมได้รับสัญญาฉบับใหม่ในฐานะนักเตะอาชีพแบบเต็มตัวหลังกำลังจะอายุครบ 18 ปี ในวันที่ 15 ตุลาคม นี้ ซึ่งปีกกึ่งศูนย์หน้า วัย 17 ปี ถูก เจอร์เกน คล็อปป์ ผลักดันให้ขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ พร้อมกับได้รับโอกาสลงสนามไปแล้ว 10 เกมด้วยกัน

ส่วนในรายของ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่เพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบ 26 ปี ไปหมาดๆ ปัจจุบันเหลือสัญญาในถิ่น แอนฟิลด์ ถึงปี 2020 ซึ่งทางฝั่ง “หงส์แดง” เตรียมต่อสัญญากันท่าบรรดาบิ๊กทีมที่อาจจะมาฉกตัวไปในอนาคต

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ของ เอ็มเร่ ชาน ปัจจุบันยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หลังจากที่ตัวนักเตะปฎิเสธสัญญาฉบับใหม่ โดยทาง เอเยนต์ ได้แจ้งว่าต้องการให้ตัวนักเตะเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดในทีม พร้อมกับมีเงื่อนไขการฉีกสัญญา

ขอบคุณที่มา : sport.mthai.com

5 เรื่องต้องรู้ ! หลังเกม หงส์แดง บุกหนัก แต่เสมอ มอสโก สุดเซ็ง 1-1

ความมั่นใจก่อนเกมที่มีอยู่มากล้น ตอนนี้หายไปหมดเลย ผลการแข่งขันก่อนเกมในใจหลายคนคงคิดว่าต้องจบด้วยผลชนะแน่นอน น่าเสียดายจริง ๆ
เอาล่ะครับ ในเมื่อเกมมันจบลงแบบนี้ เราแฟนบอลตาใส ๆ จะทำอะไรได้ นอกจากทำใจก้มหน้ารับความจริงกันต่อไปรอเวลาให้ทีมกลับมาดูดีมากกว่านี้ แม้จะรอมาสักพักแล้วก็ตาม

ขอบคุณข้อมูลสถสิติ WhoScored.com
5. ส่องสถิติน่าสนใจ
ลิเวอร์พูล มีโอกาสยิงเยอะเช่นเคย 16 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู มอสโก มีโอกาสยิงเพียง 4 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทำได้ 1 ประตู
ลิเวอร์พูล สัมผัสบอลมากถึง 801 ครั้ง ในขณะที่ มอสโก สัมผัสเพียงแค่ 521 ครั้ง
ซาดิโอ มาเน มีสถิติเลี้ยงบอลผ่านสำเร็จสูงที่สุดในเกมนี้ที่ 5 ครั้ง
จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มีสถิติเข้าแท็คเกิ้ลสูงที่สุดในเกมนี้ที่ 5 ครั้ง ตามมาด้วย เดยัน ลอฟเลน 4 ครั้ง
ผู้เล่นที่สัมผัสบอลสูงที่สุดในเกมนี้คือ อัลแบร์โต้ โมเรโน ที่ 116 ครั้ง
4. ชนะไม่ได้สักที UCL
ผ่านมาแล้ว 2 เกม นัดที่แล้วก็พลาดท่าเสมอ เซบียา 2-2 เกมนี้ก็ยังต้องมาเสมอ พูดตามตรงแบบไม่เข้าข้างทีมตัวเอง รูปเกมของเราดูดีกว่ามากโดยเฉพาะแนวรุกหาโอกาสเข้าทำกันเป็นว่าเล่น
นัดต่อไปเจอ มาร์ริบอร์ คาดว่า 3 แต้มแรกคงมีให้ชื่นใจบ้าง เพราะถ้าเอาชนะไม่ได้ รอบลึก ๆ เราก็ควรเลิกหวังไปได้เลย
สำหรับผมแล้วไม่ได้เครียดอะไรมากมายเพราะยังมีเกมในบ้านไว้รออีก 2 นัด หวังว่าจะเก็บ 6 แต้มเต็มในบ้านได้ ส่วนเกมนอกบ้านก็ภาวนาให้ทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ไปซ้อมจบสกอร์กันแบบคม ๆ อยากให้ซ้อมจบสกอร์อย่างเดียวได้ไหมช่วงนี้ เรื่องเดียวที่อยากจะขอ

3. แนวรุก ทำอะไรได้บ้าง
ตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลจนถึงตอนนี้ ซึ่งก็ผ่านมาแล้วสักพัก สิ่งหนึ่งที่เห็นมาตลอดคือแนวรุกสปีดนรกของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ใครต่อใครต้องบอกว่ามันสุดยอด เอาจริง ๆ ก็สุดยอดอย่างไม่อวยตัวเองเลย เพราะวูบวาบสร้างสรรค์โอกาสกันได้ตลอด
แต่เดี๋ยวก่อน เราจะเป็นทีมที่สร้างสรรค์โอกาสเพียงอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องการประตู ไม่ใช่โอกาสยิง 20-30 ครั้งต่อเกม แล้วสกอร์บอร์ดโชว์แค่ 1 ประตู ต่อให้ชนะ 1-0 มีโอกาสยิงเยอะอย่างที่บอก ก็ไม่ใช่ผลดีกับเราในระยะยาว ๆ
แรก ๆ หวังว่าอีกสักเดี๋ยวสกิลการจบสกอร์คงเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะ ฟิร์มิโน คาดหวังกับชายคนนี้ไว้มากที่สุดแล้ว เพราะ คล็อปป์ เลือกที่จะใช้เขาเป็น กองหน้าตัวเลือกเบอร์ 1 ของทีม
เริ่มจากที่ มาเน พูดโดยรวมจากเกมนี้ ยกให้เป็นดาวเด่นของทีมเลย ยังคงเป็นความหวังที่เราขาดไม่ได้เช่นเคย ก็ยังต้องสงสัยต่อไปว่าทำไม คล็อปป์ ถึงเปลี่ยนออก จะบอกว่าไม่ฟิตก็คงไม่ได้

สถิติหลังเกมของ มาเน
1 แอสซิตส์
1 โอกาสยิง
ลี้ยงบอลผ่านสำเร็จ 5 ครั้ง (สูงที่สุดในเกมนี้)
76 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ
ไม่ได้หวือหวาจนคาดหวังอะไรได้มาก แต่ฟอร์มโดยรวมเกมนี้ก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่ถูกพูดถึงมาก ก็ยังเรื่อย ๆ เช่นเคย

สถิติหลังเกมของ ซาลาห์
6 โอกาสยิง (มากที่สุดในเกมนี้)
เข้ากรอบ 2 ครั้ง ทำได้ 0 ประตู
76 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ

2. แท้จริงแล้วสิ่งที่ขาดหายคืออะไร
ช่วงตลาดซื้อ-ขาย คล็อปป์ บอกว่าจะไม่ซื้อใครในตำแหน่งกองหน้าเพิ่ม เพราะ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน จะเป็นตัวเลือกแรกของเขาและแน่นอน สเตอร์ริดจ์ จะได้อยู่ต่อ มันทำให้ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ตอนนั้น เพราะต่างก็คิดว่า ฟิร์มิโน, สเตอร์ริดจ์ ดาวรุ่งอย่าง โซลันเก้ ก็น่าเพียงพอแล้ว
มาถึงตอนนี้ คล็อปป์ คงต้องลดความอีโก้สูงของตัวเอง มองหาศูนย์หน้าดาวยิงที่จบสกอร์ได้แบบคม ๆ ให้ทีมสักที ช่วงตลาดมกราคมที่จะถึงนี้ หวังว่าจะได้เห็นสัก 1 คน เพราะถ้าอย่างนั้น คงต้องมานั่งอ่านสถิติหลังเกมที่มีโอกาสยิง 20-30 ครั้ง แล้วจบลงด้วยการทำประตูแค่ 1-2 ประตู ต่อไปยาว ๆ จนจบซัน
มีประโยชน์กับทีม แต่ไม่ใช่ทุกนัด ฟอร์มไม่คงที่ ยังไม่นิ่งพอเป็นตัวความหวังให้กับทีม เกมวันนี้ปั่นป่วนคู่ต่อสู้ได้น้อยมาก ส่วนเรื่องการยิงประตู ก็พอให้อภัยได้ เพราะเขาไม่ใช่กองหน้าอาชีพมาตั้งแต่เริ่มต้น แต่ก็หวังจะพัฒนาได้

สถิติหลังเกมของ ฟิร์มิโน
มีโอกาสยิง 3 ครั้ง
เข้ากรอบ 1 ครั้ง ทำได้ 0 ประตู

79 เปอร์เซนต์การผ่านบอลสำเร็จ
ในเกมที่ทีมจบสกอร์กันไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่ม้านั่งสำรองมีคือชายคนนี้ / คล็อปป์ คิดผิดมากนะในความรู้สึก ที่เลือกเปลี่ยนลงไปแทน มาเน ควรจะได้ลงไปแทน ฟิร์มิโน มากกว่า ส่วนเรื่องทัศนคติในเกม ก็อย่างที่เห็น ๆ คือพยายามเล่นคนเดียวจนเกินไป พยายามยิงจากทุกทิศทุกทาง แต่ก็ต้องอย่างนั้นเพราะช่วงท้ายเกม ทีมต้องการสกอร์ จะมามัวต่อบอลกันงึก ๆ งัก ๆ กันอยู่ทำไม สู้ต่อไป สเตอร์ริดจ์

สถิติหลังเกมของ สเตอรริดจ์ ลงสนามในนาทีที่ 71
มีโอกาสยิง 2 ครั้ง
ไม่เข้ากรอบเลยสักครั้ง

1. ฝั่งขวาไม่ทำงาน
การขาดหายไปของ นาธาเนียล ไคลน์ ทำให้ การเติมเกมรุกจากฝั่งขวา ฟอร์มผีเข้าผีออกอยู่บ่อย ๆ นัดไหนเล่นดีก็ดีจับใจ ภาวนาให้ ไคลน์ กลับมาเร็ว ๆ ได้แล้ว จะได้มาช่วย ซาลาห์
ส่วนฝั่งซ้ายทำงานกันได้ดี โดยเฉพาะ โมเรโน ที่ต้องชมว่ามีความกระหายมากกว่าเดิมเพิ่มจากซีซันที่แล้วแบบก้าวกระโดด
แม้กระทั่ง ลอฟเลน ที่ยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็คฝั่งซ้าย ก็ทำงานได้เป็นอย่างดี ดีมากที่สุดในเกมรับวันนี้เลย ส่วน คูตินโญ กับ มาเน ก็อย่างที่เห็นทีมขาดไม่ได้เลย